::โครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน'48 ต.ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล นำโดย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ::
     
  โครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน

1. ความเป็นมาของโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน
จากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2544 วันที่ 8, 15 และ 29 มกราคม 2545 ได้มีมติซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ว่า ในช่วงปิดภาคการศึกษาประจำปีการศึกษาควรจะได้จัดให้มีโครงการเพื่อให้นิสิตนักศึกษา รวมถึงอาจารย์ได้กระทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ก่อเกิดรายได้หรือเพิ่มทักษะด้านอาชีพ มีการฝึกฝน และดำเนินการในฐานะผู้ประกอบการ รุ่นใหม่ (Young Entrepreneur) ในอนาคต โดยกำหนดกรอบและแนวทางโดยย่อ คือ
- ให้นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Activity Based Learning)
- พัฒนาความเป็นผู้นำ (Leadership Development) มีความขยัน มานะ อดทน
- มีงานทำและได้ค่าตอบแทนจำนวนหนึ่ง เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง
- ได้รับประสบการณ์รู้จักและเข้าใจสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของชาวชนบท
- ได้เรียนรู้วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และประเพณีท้องถิ่น
- ให้นักศึกษาในสาขาวิชาต่างกันเข้าร่วมการดำเนินงานในลักษณะเป็นทีม สามารถนำความรู้ไปร่วมกันพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างครบถ้วนรอบด้านเป็นสหวิทยาการ (Inter- Disciplinary)
- ใช้ภูมิปัญญาของนิสิตนักศึกษาและชุมชนร่วมกันพัฒนาท้องถิ่น สร้างความคิดสร้างสรรค์ มีนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงสถาบันการศึกษาไปสู่ชุมชน
- หน่วยงานราชการ ชุมชน ได้รับรายงาน ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการกำหนดนโยบายในภาพรวมของประเทศ

2. กรอบแนวคิด
โครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน ปี 2548
สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ได้รับงบประมาณ ปี 2548 สำหรับใช้ดำเนินกิจกรรมเพื่อร่วมสร้างสรรค์พัฒนาชุมชน จำนวน 150 ล้านบาท งบประมาณจำนวนข้างต้นได้จัดสรรใช้ในการดำเนินงาน 2 โครงการ คือ โครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน และเครือข่ายอุดมศึกษาในการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน/ชุมชน (SML)
การดำเนินงานโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน ปี 2548 ได้มีการปรับปรุงกิจกรรมที่ดำเนินการ โดยเพิ่มในส่วนของการสนับสนุนกิจกรรมโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน/ชุมชน (SML) ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของชุมชน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาชุมชนด้วยตนเอง เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงตามความต้องการของชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม และสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน เพื่อนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพชีวิตและความสมบูรณ์พูนสุขของคนไทยโดยทั่วหน้า สำหรับเป้าหมายดำเนินการได้กำหนดเป้าหมายจะดำเนินการทุกจังหวัด (76 จังหวัด) ในพื้นที่ 228 ตำบล/ชุมชน คือ จังหวัดละ 3 พื้นที่ หรือ 3 ตำบล/ชุมชน (ยกเว้น กรุงเทพมหานคร) ที่ดำเนินการจะต้องเป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน/ชุมชนในโครงการ SML ในปี 2547 ตั้งอยู่ สำหรับนิสิตนักศึกษาที่ร่วมงานกำหนดไว้ ตำบล/ชุมชน ละ 30 คน และมีอาจารย์ที่ปรึกษาภาคสนามตำบล/ชุมชนละไม่ต่ำกว่า 2 คน นอกจากนี้ยังมีอาจารย์นิเทศก์และเจ้าหน้าที่ประสานงานอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้การดำเนินโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน ปี 2548 สามารถตอบสนองตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับแนวความคิดเรื่องการเรียนรู้ด้วยการทำงานในชุมชนใช้พื้นที่ปฏิบัติงานเป็นฐานของการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการปฏิรูปการศึกษา โดยใช้หลักของการเชื่อมโยงการเรียนการสอนเข้ากับประสบการณ์ของชุมชน ภายใต้โครงสร้างการทำงานที่เอื้อให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้เรียน ผู้ให้การศึกษาและชุมชน มีเป้าหมายหลักที่จะยกระดับการเรียนรู้ให้มีพื้นฐานและสัมฤทธิ์ผลการเรียนรู้ที่ตั้งบนสถานการณ์จริง สร้างความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิด ทฤษฏีไปสู่การปฏิบัติมีข้อตกลงร่วมกับชุมชนที่ปฏิบัติงาน ทางหนึ่งเพื่อให้ชุมชนรับทราบจุดประสงค์การเข้ามาปฏิบัติงานของนิสิตนักศึกษา เพื่อเกิดความร่วมมือในการดำเนินงาน การศึกษาเรียนรู้ที่จะเกิดประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย อีกทางหนึ่ง คือ สถาบันอุดมศึกษาจะรับชุมชนนั้น ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถาบัน ให้ชุมชนมั่นใจว่า ถ้าชุมชนมีปัญหา สถาบันพร้อมที่จะเข้าไปช่วยดูแล ดำเนินการช่วยเหลือ พร้อมที่จะนำความรู้ทางวิชาการสมัยใหม่ไปแนะนำให้กับชุมชน และสถาบันอุดมศึกษาเองจะมีชุมชนเป็นพื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม ทั้งงานด้านวิจัยและการปฏิบัติ เพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการด้วย
        สถาบันอุดมศึกษาที่รับผิดชอบพื้นที่ปฏิบัติโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน จะต้องไม่คิดว่าทันทีที่สิ้นสุดการปฏิบัติงานแล้วจะเป็นการสิ้นสุดโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน แท้จริงเป็นเพียงการเริ่มต้น สถาบันอุดมศึกษาควรมีกิจกรรมไปดำเนินการในชุมชนนั้น ๆ อย่างต่อเนื่อง ยั่งยืนให้ชุมชนเหล่านี้เป็นเหมือนกับห้อง LAB หรืออาณาบริเวณของสถาบันที่จะต้องร่วมดูแล รับผิดชอบไปอีก 3-5 ปี หรือ 10 ปี จนกว่าจะจบโครงการ
ผลลัพธ์ของโครงการที่คาดหวังไว้ คือ สถาบันอุดมศึกษาทั้งหลายได้มีส่วนช่วยในการพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ แม้จะไม่ครอบคลุมทั่วตำบล อำเภอก็ตาม แต่ทุกจังหวัด จังหวัดหนึ่งมีพื้นที่อย่างน้อย 3 ตำบล/ชุมชน ได้รับองค์ความรู้ใหม่ ๆ จากนิสิตนักศึกษา นิสิตนักศึกษาก็จะได้ประสบการณ์ที่มีคุณค่า มีรายได้ระหว่างปิดภาคการเรียนเพื่อทุนการศึกษาจำนวนหนึ่ง เป็นคนรู้จักคิดในเชิงสร้างสรรค์ คือ รู้จักเสียสละ รู้จักคิดที่จะพัฒนาชุมชน สามารถมองเห็นปัญหาและแนะทางแก้ไข ตลอดจนมีข้อมูลสำหรับแก้ไขหรือข้อเสนอแนะไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับพื้นที่ จังหวัด หรือมายังส่วนกลาง เพื่อให้มีการดำเนินการหรือกำเนิดเป็นแผนงานที่สามารถนำไปสู่ความผาสุกคนไทยโดยรวมได้

3. วัตถุประสงค์
1. ส่งเสริมการเรียนรู้แก่นิสิตนักศึกษาจากสภาพที่เป็นจริงของชุมชน/สังคมของประเทศ โดยเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง (Activity Based Learning) และช่วยในการพัฒนาความเป็นผู้นำ (Leadership Development)
2. ส่งเสริมให้นิสิตนักศึกษาได้รู้จักการทำงานในลักษณะเป็นกลุ่มสหวิทยาการ (Multidisciplinary Team) เพื่อประโยชน์ในการทำงานในอนาคตหลังจบเป็นบัณฑิต
3. ส่งเสริมให้นิสิตนักศึกษาทำงานที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ ในช่วงปิดภาคการศึกษาและลดภาระแก่ผู้ปกครองอีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง ชุมชน/สังคม และประเทศชาติ
4. ส่งเสริมให้นิสิตนักศึกษานำความรู้ประสบการณ์จากมหาวิทยาลัย ไปสู่การปฏิบัติโดยทำงานร่วมกับประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเรียนรู้ร่วมกันกับชุมชน และยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้แก่เยาวชนไทย ให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมตลอดจนประเทศชาติ
5. เพื่อให้นิสิตนักศึกษามีรายได้จากการทำงานเพื่อเป็นทุนการศึกษาต่อไป
6. เพื่อให้หน่วยราชการ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนชุมชนได้รับประโยชน์จากผลงานที่นิสิตนักศึกษา ได้ร่วมกันทำขึ้น
7. เพื่อให้มีผลงานสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชน และนำมาจัดแสดงร่วมกันหลังเสร็จกิจกรรมเพื่อให้นิสิตนักศึกษาเกิดความภาคภูมิใจในผลงาน และเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะในวงกว้าง

4. เป้าหมายของโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน
1) เชิงปริมาณ
1. นิสิต นักศึกษาที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวนประมาณ 6,840 คน อาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 456 คน และอาจารย์นิเทศ จำนวน 120 คน จากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 7,416 คน ได้ทำงานในช่วงปิดภาคการศึกษา (เมษายน-พฤษภาคม 2548) ใน 228 ตำบล/ชุมชน ของ 76 จังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดละ 3 ตำบล/ชุมชน
2. มีชุมชน 228 ตำบล/ชุมชน ของ 76 จังหวัด ได้รับการศึกษาและพัฒนาจากนิสิตนักศึกษา/อาจารย์ที่ปรึกษาและชุมชน โดยในแต่ละจังหวัดจะมี 3 ตำบล/ชุมชน
3. รายงานสรุปผลการปฏิบัติและประเมินผล 228 ฉบับ
4. นิสิตนักศึกษา จำนวน 6,840 คน อาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 456 คน ได้รับค่าตอบแทนจากการทำงานชั่วคราวระหว่างปิดภาคการศึกษา วงเงินประมาณ 100 ล้านบาท

2) เชิงคุณภาพ
1. เสริมสร้างและพัฒนานิสิตนักศึกษาให้ใช้ชีวิตในช่วงปิดภาคการศึกษา ให้ใช้ชีวิตในช่วงปิดภาคการศึกษาอย่างมีคุณค่า ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน/สังคม
2. มีการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนิสิตนักศึกษา อาจารย์และชุมชน ก่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับชุมชน
3. เกิดผลงานใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้พัฒนาชุมชน
4. เกิดองค์ความรู้ในการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ แนวคิด กระบวนการใหม่ ๆ ในการพัฒนาชุมชน
5. เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน
6. เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ชุมชนผ่านกิจกรรม/โครงการ

5. แนวทางการดำเนินงาน
5.1 ขั้นตอนการดำเนินงาน
ระยะที่ 1 การเตรียมการ
- อนุมัติโครงการ
- ประชุมประสานงาน
- ประชาสัมพันธ์โครงการ
-ประชุมเพื่อสร้างเครือข่ายและสำรวจพื้นที่ โดยดำเนินการร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบัน และหน่วยงานราชการในพื้นที่
- การรับสมัครและคัดเลือกนิสิตนักศึกษาที่จะเข้าร่วมโครงการ
- การประชุมอาจารย์ที่ปรึกษา
- การปฐมนิเทศนิสิต นักศึกษา ที่ร่วมโครงการ
ระยะที่ 2 การปฏิบัติงานภาคสนาม
(ใช้เวลา 2 เดือน ระหว่าง 1 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2548)
- 1 เมษายน ถึง 6 พฤษภาคม 2548 ปฏิบัติงานในพื้นที่
- 7 พฤษภาคม ถึง 31 พฤษภาคม 2548 จัดทำรายงานสรุป/สรุปรายงาน/แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
ระยะที่ 3 สรุปและนำเสนอผลงาน
- จัดนิทรรศการแสดงผลงาน
- มอบรางวัลผลงานดีมากและดี
- เผยแพร่ผลงานในรูปแบบนิทรรศการ/สื่อโทรทัศน์/สื่ออิเล็กทรอนิกส์
- สรุปรายงานประเมินผล

6. ลักษณะการจัดกิจกรรม
ในการดำเนินงานโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน ปี พ.ศ. 2548 ซึ่งเป็นการดำเนินโครงการที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สำหรับการดำเนินการโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชนในปี 2548 นี้ได้กำหนดกิจกรรมที่ดำเนินการไว้ดังนี้
1. การศึกษา สำรวจข้อมูลชุมชน
2. ร่วมเรียนรู้และสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาชุมชนใน 4 ด้านคือ
- เศรษฐกิจชุมชน
- สาธารณสุข/สุขภาพ
- สิ่งแวดล้อม/ทรัพยากรธรรมชาติ
- สังคม/วัฒนธรรม/ภูมิปัญญาท้องถิ่น
3. ร่วมจัดกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากการบูรณาการกิจกรรมทั้ง 4 ด้าน และตอบสนองความต้องการแท้จริงของชุมชน
4. สนับสนุนการดำเนินงานของโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน/ชุมชน (SML)
5. จัดทำเอกสาร “ท้องถิ่นของเรา”
6. เอกสารสรุปผลการดำเนินงานโครงการ

7. เป้าหมายผลผลิต/ผลลัพธ์ของโครงการ
7.1 ด้านการจ้างงานชั่วคราว
- นิสิตนักศึกษา จำนวน 6,840 คน และอาจารย์ที่ปรึกษาภาคสนาม จำนวน 456 คน จากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ มีงานทำชั่วคราวช่วงระยะ 2 เดือน ระหว่างปิดภาคการศึกษาก่อให้เกิดรายได้เพิ่มแก่ครอบครัวของผู้ร่วมโครงการ ในวงเงินประมาณ 100 ล้านบาท นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแนวทางหนึ่ง (นิสิตนักศึกษาจะมีค่าตอบแทนการปฏิบัติงานเพื่อเป็นทุนการศึกษาคนละ 10,000. - บาท )
7.2 ด้านพัฒนาการตัวนิสิตนักศึกษาและอาจารย์
- นิสิตนักศึกษาและอาจารย์ได้รับประสบการณ์จากการทำงานในชุมชน รู้จักทำงานเป็นทีม ได้ทักษะและแนวทางในการประกอบอาชีพ รู้จักค่าของเงินที่มาจากการทำงาน
7.3 ด้านผลผลิตในชุมชน
- ชุมชนจำนวน 228 ตำบล ได้ผลผลิต/ผลงานจากการดำเนินงานของนิสิตนักศึกษาให้เป็นผลรูปธรรม
7.4 การเผยแพร่
- ได้สรุปผลการดำเนินงานในแต่ละชุมชนและผลรวมทั้งโครงการ
- การจัดนิทรรศการแสดงผลงาน
- ได้ข้อเสนอสำหรับการดำเนินงานของชุมชนและหน่วยราชการในพื้นที่
7.5 ดัชนีผลในสำเร็จ
พิจารณาได้จากการเกิดนวัตกรรมในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์ กระบวนการแนวคิด และโครงการ ฯลฯ โดยเฉพาะการประเมินผลสำเร็จทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพจาก
1. นิสิตนักศึกษา อาจารย์ มีงานทำชั่วคราว
2. นิสิตนักศึกษามีทักษะด้านวิชาชีพ/แนวทางประกอบอาชีพ ตามสาขาวิชาที่กำลังศึกษาหรือสนใจ
3. จำนวนผลิตภัณฑ์ใหม่หรือมีการปรับปรุงใหม่
4. กระบวนการ/แนวคิด/โครงการใหม่
5. เครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับชุมชน
6. จำนวนรายงานสรุป และการนำรายงานไปใช้ประโยชน์
7. ความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ระหว่างกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงาน/องค์กรในพื้นที่
8. ความพึงพอใจของชุมชน
9. ประโยชน์สาธารณะโดยรวมที่เกิดขึ้น

8. แนวทางการดำเนินกิจกรรม
1. การศึกษาสำรวจข้อมูลพื้นฐานของชุมชน เพื่อเป็นการเรียนรู้สภาพของชุมชน จุดอ่อน จุดแข็ง ศักยภาพของชุมชน ก่อนร่วมกันเรียนรู้และดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาในด้านต่าง ๆ การสำรวจข้อมูลชุมชนมีทั้งการเดินสำรวจเองหรือบางส่วนอาจจะได้จากข้อมูลที่หน่วยงาน/องค์กรในพื้นที่ได้สำรวจและรวบรวมไว้ หัวข้อการสำรวจข้อมูลพื้นฐานของชุมชนจะประกอบไปด้วย
1) ประวัติชุมชน
2) สภาพทั่วไปของชุมชน
- ระยะทาง
- ขนาดพื้นที่
- ประชากร
3) สภาพทางเศรษฐกิจ
4) สภาพทางสังคม
5) การบริการขั้นพื้นฐาน
2. กิจกรรมเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาชุมชน เพื่อให้นิสิตนักศึกษา อาจารย์และชุมชนได้ร่วมเรียนรู้กิจกรรมที่โครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชนได้กำหนด จำนวน 4 กิจกรรม พร้อมทั้งร่วมกันศึกษา หาแนวทาง และข้อเสนอแนะการดำเนินงานที่เป็นประโยชน์กับการพัฒนาชุมชน มีการสาธิตหรือการจัดกิจกรรมเพื่อเป็นตัวอย่าง จำนวนกิจกรรมขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละชุมชน กิจกรรมทั้ง 4 ด้านประกอบด้วย
1) กิจกรรมด้านเศรษฐกิจชุมชน
- OTOP
- การท่องเที่ยว
- อินเตอร์เนทตำบล
2) กิจกรรมด้านสาธารณสุข/สุขภาพชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี เน้นการสร้างสุขภาพ
- สาธารณสุข/สุขภาพชุมชน
- สมุนไพร/อาหารเสริม
3) กิจกรรมด้านสภาพแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การเป็นชุมชนน่าอยู่
- ผังเมือง
- ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4) กิจกรรมด้านสังคม/วัฒนธรรม/ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเรียนรู้ สืบสาน อนุรักษ์มรดกไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ศิลปะ
- วัฒนธรรม
- ภูมิปัญญาท้องถิ่น
3. กิจกรรมบูรณาการให้เป็นรูปธรรม เป็นการดำเนินกิจกรรมขนาดใหญ่ที่บูรณาการจากการสำรวจ ศึกษาและดำเนินการในกิจกรรมทั้ง 4 ด้าน และสามารถตอบสนองหรือตรงตามความต้องการของชุมชนนั้น ๆ มีแนวทางในการดำเนินการ ดังนี้
- เป็นกิจกรรมที่บูรณาการจากกิจกรรมทั้ง 4 ด้านที่กำหนดไว้ในโครงการ โดยอาจจะให้น้ำหนักของกิจกรรมแต่ละด้านไม่เท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความพร้อมในแต่ละพื้นที่
- กิจกรรมหลักที่ดำเนินการ อาจจะนำโครงการที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาชุมชนมาดำเนินการให้เห็นผล หรือเป็นกิจกรรมที่โครงการและชุมชนคิดขึ้นมาใหม่ ได้รับการยอมรับและเป็นความต้องการแท้จริงของชุมชน
- จำนวนกิจกรรมหลักที่ดำเนินการ อาจจะเป็น 1-2 กิจกรรม ทั้งนี้กิจกรรมที่ดำเนินการต้องสามารถปรากฏผลเป็นรูปธรรมได้ชัดเจน
- ในการดำเนินกิจกรรมต้องให้ชุมชนมีสวนร่วมด้วย นักศึกษาควรจะทำตัวเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการดำเนินการ เพราะเมื่อนักศึกษาออกจากโครงการแล้วชุมชนจะได้สร้างต่อการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
4. กิจกรรมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน/ชุมชน (SML) เนื่องจากรัฐบาลได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน/ชุมชนขึ้น โดยจัดสรรงบประมาณโดยตรงจำนวนหนึ่งเพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านนำไปแก้ปัญหาของส่วนรวมการดำเนินชีวิตประจำวันการประกอบอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน โดยงบประมาณที่จัดสรรให้นี้ประชาชนจะเป็นผู้บริหารจัดการเอง (ร่วมคิด-ร่วมทำ) เนื่องจากคณะนี้แต่ละหมู่บ้าน/ชุมชน มีความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการข้างต้นไม่เท่ากัน บางหมู่บ้านมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ จนครบถ้วน บางหมู่บ้านอยู่ระหว่างการเตรียมการชี้แจงการดำเนินการ และบางหมู่บ้านยังไม่มีการดำเนินการ ใด ๆ เลย
เนื่องจากตำบล/ชุมชนที่โครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน ดำเนินการมีความคืบหน้าในการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน (SML) ไม่เท่ากัน จึงกำหนดลักษณะกิจกรรมที่ดำเนินการไว้ต่างกัน คือ
          1) หมู่บ้านที่การดำเนินโครงการ (SML) แล้วหรืออยู่ในระหว่างการดำเนินงานให้ดำเนินการดังนี้
- เก็บข้อมูลชุมชนตามแบบสำรวจข้อมูลหมู่บ้าน (Village Profile)
- ติดตามผลการดำเนินงานตามแบบที่โครงการ SML กำหนด
- สำรวจปัญหา อุปสรรค ความสำเร็จ/ล้มเหลว และผลกระทบการดำเนินงานโครงการ
- เสนอแนะการดำเนินโครงการในปีต่อ ๆ ไป
- ให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการตามแนวคู่มือการดำเนินงานโครงการ SML แก่คณะทำงานของหมู่บ้าน/ชุมชน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
- ฯลฯ

          2) หมู่บ้านที่ยังไม่มีการดำเนินงานโครงการ SML
หมู่บ้านนี้จะดำเนินการในลักษณะให้ความรู้ และคำแนะนำเพื่อเตรียมรับการดำเนินงานโครงการ SML ที่จะดำเนินการในระยะต่อไปให้เกิดประโยชน์กับชุมชนมากที่สุด โดยดำเนินการดังนี้
- ชี้แจงความเป็นมาของโครงการ ผลประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับ
- แนะนำวิธีการดำเนินงานโครงการ การจัดประชุม การคัดเลือกคณะทำงานของหมู่บ้าน/ชุมชน การคัดเลือกโครงการเพื่อแก้ปัญหา หรือตอบสนองต่อความต้องการของหมู่บ้าน/ชุมชน
- ให้ความรู้การบริหารโครงการตามแนวคู่มือการดำเนินงานโครงการ SML แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ เนื่องจากกิจกรรมที่ดำเนินการในโครงการ SML ในแต่ละหมู่บ้านมีความก้าวหน้าไม่เท่ากันและข้อมูลการสำรวจข้อมูลของแต่ละหมู่บ้านจะไม่เหมือนกัน จึงให้สรุปการดำเนินงานในกิจกรรมนี้เป็นรายหมู่บ้าน
5. การจัดทำเอกสารท้องถิ่นของเรา เป็นหนังสือที่จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอความเป็นมาของชุมชน ผ่านมิติการเชื่อมโยงของการบอกเล่า เน้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และให้ชุมชนรู้จักตนเองมากขึ้น เกิดการสืบทอดเรื่องราวของตนเองสู่คนรุ่นหลัง รูปแบบหนังสือให้ทำขนาด Pocket Book (A5) เน้นรูปเล่มที่อ่านง่าย มีสาระ สนุก และน่าสนใจ
ลักษณะหรือกระบวนการของการจัดทำหนังสือ
- สำรวจข้อมูลจากรายงาน และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- เน้นการให้ข้อมูลที่มาจาก “ภายในชุมชน” เป็นหลัก
- ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาที่เป็นทางการ อาจเขียนเป็นเชิงสารคดีเป็นกึ่งทางการ
- ใช้รูปภาพและภาพวาดลายเส้นประกอบเพื่อสร้างความน่าสนใจ และอาจให้เยาวชน/เด็กในชุมชนได้มีส่วนร่วมด้วย
- เนื้อหาของหนังสืออาจใช้การบอกเล่าผ่านมิติของคน....สถานที่...ของ...เรื่อง...
- การเขียนสามารถเขียนได้หลายแนวทาง โดยเน้นเรื่องราวไปตามเอกลักษณ์ของชุมชน เช่น การตั้งถิ่นฐาน วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ทรัพยากรที่โดดเด่น ภูมิปัญญาที่สำคัญ เหตุการณ์ที่สำคัญ ฯลฯ
6. การจัดทำเอกสารสรุปผลการดำเนินงานโครงการ เป็นการจัดทำเอกสารรายงานผลการปฏิบัติงานในภาพรวมของตำบล/ชุมชน ที่นิสิตนักศึกษาไปปฏิบัติงานโดยจัดทำเป็นรูปเล่ม อาจจะมีการนำผลงานที่เป็นผลิตภัณฑ์ แผ่นภาพ แผ่นดิสก์ หรืออื่น ๆ ประกอบ ทั้งนี้จะต้องทำเอกสารรายงานนำส่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จำนวน 2 เล่ม และ CD Rom อีก 7 แผ่น นอกจากนี้สถาบันที่รับผิดชอบควรจัดทำเอกสารเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อมอบให้หน่วยงานในพื้นที่องค์กร ชุมชน และห้องสมุดของสถาบันไว้ศึกษา เอกสารสรุปผล ควรประกอบด้วย
- บทนำ
- วิธีการศึกษา
- สภาพทั่วไปของชุมชน
- ผลการศึกษาการดำเนินกิจกรรมโครงการทั้งหมด
- วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลการปฏิบัติงานกิจกรรมต่าง ๆ ในภาพรวมโดยสรุป
- ปัญหาและอุปสรรคโดยรวมในการดำเนินกิจกรรม
- ข้อเสนอแนะจากการศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชนสำหรับ
- นำเสนอต่อรัฐบาล
- นำเสนอต่อหน่วยงานระดับชาติและระดับชุมชน
- ภาคผนวก
- รายชื่อนิสิตนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาภาคสนาม
- หน่วยงาน องค์กรร่วมดำเนินการและที่ให้การสนับสนุน
- ฯลฯ

9. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. นิสิต นักศึกษา และอาจารย์ได้รู้จักคุณค่าของเวลา ใช้เวลาช่วงปิดภาคการศึกษา ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสังคม
2. กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการกระจายรายได้ไปยังครอบครัวของนิสิตนักศึกษา และอาจารย์ที่ปรึกษา ตลอดจนชุมชนที่ร่วมโครงการ
3. นิสิต นักศึกษาได้เพิ่มพูนความรู้และทักษะจากการปฏิบัติงานตามสภาพความเป็นจริง
4. เสริมสร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมกับชุมชน/สังคม
5. เกิดองค์ความรู้ด้านรูปแบบต่าง วิธีการ และกระบวนการส่งเสริมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบการศึกษาของประเทศ
6. เกิดการรังสรรค์นวัตกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างครบวงจร
7. เกิดความร่วมมือในระดับท้องถิ่นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน
8. สถาบันอุดมศึกษามีโอกาสพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และการศึกษาวิจัยที่สอดคล้องกับความต้องการของสังคม/ชุมชน
9. สถาบันอุดมศึกษามีพื้นที่ทดลองปฏิบัติงานตามสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคม

10. วิธีการดำเนินการศึกษา
การจัดทำโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน ปี 2548 เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษา จากสภาพความเป็นจริงของชุมชนหรือสังคม ซึ่งเป็นการให้นิสิตนักศึกษาได้รู้จักการทำงานในลักษณะเป็นกลุ่มสหวิทยาการ และได้มีโอกาสทำงานเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชน

กิจกรรมที่ทำกับชุมชน
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนกับนักศึกษาโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน ปี 2548 เน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตนเองเพื่อให้มีศักยภาพเกิดขึ้นในชุมชน ให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ ดังนั้นกิจกรรมที่นักศึกษาทำร่วมกับชุมชน จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่จะสามารถทำให้เกิดมิตรภาพที่ดีต่อกัน

1. กิจกรรมพบปะกับประชาชน
กิจกรรมที่พบปะกับชาวบ้านของตำบลทุ่งหว้า ซึ่งมีทั้งหมด 10 หมู่บ้าน โดยการเข้าหาชาวบ้านเพื่อสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน และได้บอกถึงวัตถุประสงค์ของโครงการเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งศึกษาข้อมูลของชุมชน

2. กิจกรรมร่วมพิธีกรรม
2.1 พิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่
2.2 พิธีถือศีลกินเจ
เป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นในหมู่ที่ 5 บ้านท่าขาม เพื่อแสดงถึงความบริสุทธ์และระลึกถึง จิ้นกุ้นไต่ตี่ซึ่งเป็นที่นับถือของคนที่มีเชื้อสายจีนในหมู่บ้านนี้ นักศึกษาโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน ปี 2548 ได้เข้าร่วมพิธี เพื่อเป็นการสังเกตและศึกษาข้อมูลที่แสดงถึงพิธีกรรมที่เป็นประเพณี
2.3 พิธีการเข้าสุนัตหมู่
เทศบาลตำบลทุ่งหว้าจัดพิธีกรรมนี้เป็นประจำทุกปี เพื่อแสดงถึงการเป็นศาสนิกชนของศาสนาอิสลามโดยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น นักศึกษาโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน ปี 2548 ได้เข้าร่วมพิธี เพื่อเป็นการสังเกตและศึกษาข้อมูลที่แสดงถึงพิธีกรรมที่เป็นประเพณี
2.4 พิธีเช้งเม้ง
เป็นพิธีกรรมของคนไทยเชื้อสายจีนที่จัดที่หมู่ที่ 8 บ้านควนตำเสา จัดขึ้นเพื่อเป็นการรวมญาติและอุทิศบุญกุศลไห้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว นักศึกษาโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน ปี 2548 ได้เข้าร่วมพิธี เพื่อเป็นการสังเกตและศึกษาข้อมูลที่แสดงถึงพิธีกรรมที่เป็นประเพณี

3. พัฒนาโรงเรียนบ้านคีรีวง
เป็นการพัฒนาบริเวณ เช่น กวาดขยะ เก็บขยะ ตัดหญ้า ถากหญ้า ทาสีห้องน้ำ ปรับปรุงทิวทัศน์ ทำความสะอาดอาคารเรียน เป็นต้น

 

 
     

     Copyright © 2005 www.thungwa.tk Powered by Suphannee Mardyusoh (fee) All rights reserved.