หัวข้อ :  HATYAI POLL ครั้งที่ 1-2555เรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญและผลงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในรอบ 1 ปี
เมื่อวันที่ 6/8/2555    โดย สำนักวิจัย
หาดใหญ่โพล โดยสำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจ ความคิดเห็นของประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและผลงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในรอบ 1 ปี โดยเก็บรวบรวมข้อมูลประชาชน จำนวน 1,003 ตัวอย่าง และใช้แบบสำรวจเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2555 สรุปผลการสำรวจ ดังนี้ สถานภาพกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 61.8) มีอายุระหว่าง 21-30 ปี (ร้อยละ 36.8) รองลงมา อายุ 31-40 ปี (ร้อยละ 35.2 ) และอายุ 41-50 ปี (ร้อยละ 13.7) ตามลำดับ นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อาชีพประกอบกิจการส่วนตัว/ค้าขาย (ร้อยละ 23.2) รองลงมา พนักงานบริษัท/รับจ้าง รับจ้างทั่วไป และเป็นนักเรียน/นักศึกษา คิดเป็นร้อยละ 21.9 , 18.0 และ 17.2 ตามลำดับ สรุปผลการสำรวจ รศ. ทัศนีย์ ประธาน รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดเผยผลการสำรวจหาดใหญ่โพล ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและผลงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในรอบ 1 ปี พบว่า ประชาชนภาคใต้มีความพึงพอใจในการบริหารงานโดยภาพรวมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในระดับน้อย (ค่าเฉลี่ย 4.43 คะแนน จาก 10 คะแนน) และเมื่อพิจารณาความสำเร็จในการบริหารงานในรอบ 1 ปี ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบว่า ด้านการศึกษา เป็นการบริหารงานที่ได้คะแนนสูงสุด โดยมีค่าเฉลี่ยเพียง 4.62 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน รองลงมา ได้แก่ การบริหารงานด้านปัญหายาเสพติด ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และด้านการท่องเที่ยว โดยมีค่าเฉลี่ย 4.56 , 4.52 และ 4.50 ตามลำดับ ส่วนการบริหารงานด้านเศรษฐกิจ พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีค่าเฉลี่ยเพียง 4.13 คะแนนเท่านั้น ส่วนความคิดเห็นที่มีต่อการปรับขึ้นของราคาสินค้า (เงินเฟ้อ) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 68.0 เห็นว่าปัญหาสินค้าการปรับราคาสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของครัวเรือนในระดับมากถึงมากที่สุด และร้อยละ 26.8 ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของครัวเรือนในระดับปานกลาง มีเพียงร้อยละ 5.2 ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของครัวเรือนในระดับน้อยถึงน้อยที่สุด ประชาชนชื่นชอบนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ มากที่สุด รองลงมา นโยบายคืนภาษีบ้านหลังแรก , นโยบายคืนภาษีรถคันแรก , นโยบายบัณฑิตที่จบปริญญาตรี เงินเดือน 15,000 บาท และ นโยบายจำนำข้าวเปลือกเกวียนละ 15,000 บาท และข้าวหอมมะลิ 20,000 บาท ตามลำดับ ประชาชนร้อยละ 34.6 ไม่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มากที่สุด รองลงมา ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยผ่านการประชามติ และให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราโดยผ่านความเห็นชอบของสภาและการลงประชามติ คิดเป็นร้อยละ 24.2 และ 18.0 ตามลำดับ ซึ่งเมื่อพิจารณาเป็นรายมาตรา หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้สรุปผลการสำรวจไว้ตามตารางดังนี้ แนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ร้อยละของความคิดเห็น แก้ไข ไม่แก้ไข ไม่แสดงความคิดเห็น 1. สว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 35.3 51.0 13.7 2. การยกเลิกผู้ตรวจการแผ่นดิน 35.3 50.6 14.1 3. กกต.ไม่มีอำนาจแจกใบเหลืองแดง มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งอย่างเดียว 36.6 46.7 16..8 4. ควบรวมศาลไปไว้ในแผนกในศาลฎีกา 31.0 49.1 19.9 5. ปปช.และกกต. มาจากการเลือกตั้งของสภามีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี 30.8 48.5 20.8 ประชาชนร้อยละ 45.9 เห็นว่าแนวคิด พรบ.ปรองดองทำเพื่อให้ พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ ชินวัตร กลับมามีอำนาจทางการเมือง รองลงมา พรบ.ปรองดองทำเพื่อให้กลุ่มคนเสื้อเหลือง-แดง เลิกการชุมนุม และพรบ.ปรองดองสามารถสร้างความสมานฉันท์ในสังคมไทยได้ คิดเป็นร้อยละ 24.9 และ 20.5 ตามลำดับ
 




ดาวน์โหลดไฟล์
2012861611.pdf
2012861612.jpg
 
ทีมงาน