หัวข้อ :  HATYAI POLL ครั้งที่ 19 เรื่อง"ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจและมาตรการรักษาความปลอดภัยหลังเหตุการณ์คาร์บอมฯ"
เมื่อวันที่ 24/7/2555    โดย สำนักวิจัย
หาดใหญ่โพล โดยสำนักวิจัยและพัฒนา ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์และวิทยาลัยนานาชาติดิษยะศริน มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจ ความคิดเห็นของประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ผู้ประกอบการธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลประชาชน จำนวน 800 ตัวอย่าง และใช้แบบสำรวจเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 17-21 พฤษภาคม 2555 สรุปผลการสำรวจ ดังนี้ สถานภาพกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 62.1) มีอายุระหว่าง 21-30 ปี (ร้อยละ 38.1) รองลงมา อายุ 31-40 ปี (ร้อยละ 24.5 ) และอายุ 41-50 ปี (ร้อยละ 14.6) ตามลำดับ นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นนักเรียน/นักศึกษา (ร้อยละ 29.5) รองลงมา พนักงานบริษัท/รับจ้าง , ประกอบกิจการส่วนตัว/ค้าขาย และรับจ้างทั่วไป คิดเป็นร้อยละ 20.3 , 16.8 และ 13.6 ตามลำดับ สรุปผลการสำรวจ รศ. ทัศนีย์ ประธาน รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดเผยผลการสำรวจหาดใหญ่โพล ในประเด็นความเชื่อมั่นเศรษฐกิจและมาตรการรักษาความปลอดภัยหลังเหตุการณ์คาร์บอมบ์หาดใหญ่ พบว่า ประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ร้อยละ 58.0 เห็นว่าปัญหาปากท้องมีความสำคัญกว่าปัญหาความมั่นคงในประเทศ (ร้อยละ 42.0) นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 70.3 กังวลต่อเศรษฐกิจของหาดใหญ่หลังเกิดเหตุการณ์คาร์บอมบ์หาดใหญ่ ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจอำเภอหาดใหญ่ พบว่า ประชาชนร้อยละ 42.6 คาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจอำเภอหาดใหญ่จะแย่ลง ในอีก 3-6 เดือน และมีแนวโน้มเศรษฐกิจอำเภอหาดใหญ่จะเหมือนเดิมและดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 39.5 และ 17.9 ตามลำดับ ซึ่งเมื่อพิจารณาตามกลุ่มต่างๆ พบว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ คิดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจอำเภอหาดใหญ่จะกลับมาเหมือนเดิม (ร้อยละ 53.3)โดยที่นักท่องเที่ยวต่างชาติร้อยละ 48.7 จะเดินทางมาพักผ่อน ท่องเที่ยวและซื้อของในอำเภอหาดใหญ่เหมือนเดิม ในขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจส่วนใหญ่ร้อยละ 65.2 สามารถขายของให้กับนักท่องเที่ยวได้ลดลงหลังเกิดเหตุการณ์คาร์บอมบ์หาดใหญ่ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 62.2 เห็นว่าเหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่ลีการ์เด้นท์ จะเกิดขึ้นอีกในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ มีเพียงร้อยละ 37.8 ที่เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าว จะไม่เกิดขึ้นอีก ซึ่งเมื่อพิจารณาตามกลุ่มต่างๆ พบว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้ประกอบการธุรกิจ มีความคิดเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้อีกในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 78.4 และ 64.2 ตามลำดับ ทั้งนี้ประชาชนร้อยละ 54.2 ไม่ค่อยมั่นใจต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยรอบเมืองหาดใหญ่ และร้อยละ 45.8 มั่นใจต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยรอบตัวเมืองหาดใหญ่ ซึ่งตรงกันข้ามกับนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ร้อยละ 61.0 มั่นใจต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยรอบเมืองหาดใหญ่ นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 84.9 รับได้หากจะมีการตรวจเข้มงวดในตัวเมืองหาดใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติร้อยละ 39.3 เห็นว่าการเดินทางมาอำเภอหาดใหญ่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินปานกลางหลังเกิดเหตุการณ์คาร์บอมบ์หาดใหญ่ และนักท่องเที่ยวต่างชาติร้อยละ 31.6 เห็นว่ามีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินระดับน้อยหลังเกิดเหตุการณ์คาร์บอมบ์หาดใหญ่ มีเพียงร้อยละ 23.9 ที่เห็นว่าการเดินทางมาท่องเที่ยวอำเภอหาดใหญ่ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเลย โดยที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนใหญ่ร้อยละ67.3 เห็นว่าอำเภอหาดใหญ่ จะเป็นพื้นที่เป้าหมายเหมือนกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตรงกันข้ามกับกลุ่มประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจ เห็นว่าอำเภอหาดใหญ่ จะเป็นพื้นที่เป้าหมายเหมือนกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเพียงร้อยละ 48.2 และ 35.8 ตามลำดับ ประชาชนร้อยละ 40.7 มีความพึงพอใจในระดับปานกลางต่อมาตรการเยียวยาของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในส่วนผู้เสียชีวิตศพละ 1แสนบาทกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคนละ 5 หมื่นบาท ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 66.7 มั่นใจกับมาตรการที่ห้างสรรพสินค้านำเครื่องสแกนเดินผ่านมาใช้เหมือนกับสนามบิน มากที่สุด รองลงมา การนำเครื่องตรวจวัตถุระเบิดแบบสแกนด้วยมือ และการกำหนดพื้นที่รักษาความปลอดภัยเป็น 3 ส่วน คิดเป็นร้อยละ 62.4 และ 62.0 ตามลำดับ
 




ดาวน์โหลดไฟล์
201272413451.pdf
201272413452.jpg
 
ทีมงาน