หัวข้อ :  HATYAI POLL ครั้งที่ 12 เรื่อง “การเมืองของรัฐบาลยิ่งลักษณ์กับภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน”
เมื่อวันที่ 26/1/2555    โดย สำนักวิจัย

หาดใหญ่โพล โดยสำนักวิจัยและพัฒนา  มหาวิทยาลัยหาดใหญ่  มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจ            ความคิดเห็นของประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้  เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน   โดยเก็บรวบรวมข้อมูลประชาชน จำนวน 904 ตัวอย่าง และใช้แบบสำรวจเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่   19-22  มกราคม 2555 สรุปผลการสำรวจ ดังนี้

 

สถานภาพกลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 60.4)  อายุระหว่าง 21-30 ปี (ร้อยละ 36.6) รองลงมา  มีอายุระหว่าง  31-40 ปี (ร้อยละ 31.3)  และอายุ 41-50 ปี (ร้อยละ 16.1) ตามลำดับ นอกจากนี้         กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียน/นักศึกษา (ร้อยละ  22.1)  รองลงมา  มีอาชีพพนักงานบริษัท/ลูกจ้าง , ประกอบกิจการส่วนตัว/ค้าขาย  , รับจ้างทั่วไป และข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ  คิดเป็นร้อยละ  20.7 , 20.3 , 19.7  และ 8.4  ตามลำดับ     

 

สรุปผลการสำรวจ

                รศ. ทัศนีย์ ประธาน  รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย  มหาวิทยาลัยหาดใหญ่  เปิดเผยผลการสำรวจหาดใหญ่โพล พบว่า  ประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้  ร้อยละ 53.1 เห็นว่าการปรับคณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 2 จะช่วยแก้ปัญหาภาวะเศรษฐกิจของประชาชนในระดับน้อยถึงน้อยที่สุด และร้อยละ39.4 การปรับคณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์2 จะช่วยแก้ปัญหาภาวะเศรษฐกิจของประชาชนในระดับปานกลาง  มีเพียงร้อยละ 7.5 ช่วยแก้ปัญหาภาวะเศรษฐกิจของประชาชนในระดับมากถึงมากที่สุด ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 64.0 วิตกกังวลการขึ้นราคาสินค้า/อัตราเงินเฟ้อ อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด และร้อยละ 22.5  กังวลการขึ้นราคาสินค้า/อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับปานกลาง  มีเพียงร้อยละ 13.5 วิตกกังวลการขึ้นราคาสินค้า/อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับน้อยถึงน้อยที่สุด

                ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 65.1 การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลที่ทะลุ 30 บาทขึ้นไป จะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพในระดับมากถึงมากที่สุด  ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาราคาน้ำมันแบบยั่งยืน พบว่า ประชาชนร้อยละ 26.3 เห็นว่ากระทรวงพาณิชย์ ควรเข้ามาการควบคุมราคาน้ำมัน  รองลงมา เป็นการทบทวนราคาน้ำมันทั้งระบบ , ซื้อหุ้น ปตท.กลับคืนมา และการขึ้นราคาน้ำมันทุกๆ 3 เดือน คิดเป็นร้อยละ 22.5 , 20.5 และ 20.0 ตามลำดับ

ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 72.3 เห็นว่านายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเพียงร้อยละ 27.7 ที่เห็นว่านายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าว  นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 84.5 เห็นว่าควรคงมาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญา ที่บัญญัติไว้ว่า "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี" มีเพียงร้อยละ 15.5 ที่เห็นด้วยให้ยกเลิกมาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญา

ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 72.3 เห็นว่าการที่รัฐบาลนำเงินภาษีประชาชนไปจ่ายให้เหยื่อทางการเมืองคนละ 7.75 ล้านบาทไม่เรื่องที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 66.9  สมควรนำเงินดังกล่าวไปจ่ายให้เหยื่อใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่า

                ประชาชนร้อยละ 55.9 ต้องการให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์แก้ปัญหาปากท้องของประชาชน มากที่สุด รองลงมา ปัญหาความสงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ , การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น , การปฏิรูปการเมือง และปัญหาหนี้สินและความยากจนของเกษตรกร คิดเป็นร้อยละ 40.5 , 37.7, 26.5  และ 26.3 ตามลำดับ
 




ดาวน์โหลดไฟล์
201212615461.pdf
201212615462.jpg
 
ทีมงาน