หัวข้อ :  HATYAI POLL ครั้ง 3 เรื่อง “การเมืองและนโยบายเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย”
เมื่อวันที่ 26/1/2555    โดย สำนักวิจัย

หาดใหญ่โพล โดยสำนักวิจัยและพัฒนา  มหาวิทยาลัยหาดใหญ่  มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจ            ความคิดเห็นของประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้  เกี่ยวกับการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย   โดยเก็บรวบรวมข้อมูลประชาชน จำนวน 1,199 ตัวอย่าง และใช้แบบสำรวจเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่   3 – 5 สิงหาคม  2554 สรุปผลการสำรวจ ดังนี้

 

สถานภาพกลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ  60.6)  อายุระหว่าง 20-30 ปี (ร้อยละ 48.5) รองลงมา  มีอายุระหว่าง  31-40 ปี (ร้อยละ 24.6)  และอายุ  18-20 ปี (ร้อยละ 14.5) ตามลำดับ นอกจากนี้         กลุ่มตัวอย่างมีอาชีพพนักงานบริษัท/ลูกจ้าง (ร้อยละ  27.7)  รองลงมา  นักเรียน/นักศึกษา , ประกอบกิจการส่วนตัว/ค้าขาย , ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ  และรับจ้างทั่วไป คิดเป็นร้อยละ  26.0 , 17.7 , 12.6  และ 10.2  ตามลำดับ     

 

สรุปผลการสำรวจ

รศ. ทัศนีย์ ประธาน  รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย  มหาวิทยาลัยหาดใหญ่  เปิดเผยผลการสำรวจหาดใหญ่โพล พบว่า  ประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ส่วนใหญ่เห็นว่ารัฐบาลควรทำนโยบายอย่างเร่งด่วนที่สุด คือ นโยบายปรามปราบยาเสพติด  (ร้อยละ 77.7)  รองลงมา การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินและดีเซล  , ลดภาษีนิติบุคคลจาก 30 เหลือ 23% ,  ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ และเงินเดือนบัณฑิตที่จบปริญญาตรี 15,000 บาท        คิดเป็นร้อยละ  64.8, 57.6 , 55.5 และ 54.5  ตามลำดับ  และในส่วนนโยบายที่รัฐบาลต้องดำเนินการ  พบว่า ประชาชนต้องการเห็นรถไฟฟ้ารางคู่ มากที่สุด (ร้อยละ 63.7) รองลงมา กองทุนตั้งตัวได้ (สร้างผู้ประกอบการใหม่) ,ธนาคารข้าว โครงข่ายน้ำทั่วประเทศ ส่งเสริมการปลูกพืชพลังงานและการใช้พลังงานทางเลือก และนโยบายปรับโครงสร้างหนี้และพักหนี้เกษตรกร  คิดเป็นร้อยละ  61.2, 54.9 , 53.6 , 52.7 และ 52.4  ตามลำดับ ทั้งนี้นโยบายที่ประชาชนไม่เห็นด้วยให้รัฐบาลดำเนินการ คือ นโยบายถมทะเลสร้างเมืองใหม่และบัตรเครดิตชาวนา คิดเป็นร้อยละ 78.6 และ 33.5 ตามลำดับ

ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวนโยบายการขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ และเงินเดือนบัณฑิตที่จบปริญญาตรี 15,000 บาท  พบว่า ประชาชนร้อยละ 37.5  จะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพในระดับมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 32.2  จะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพในระดับปานกลาง และร้อยละ 30.3 จะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพในระดับน้อยถึงน้อยที่สุด ทั้งนี้ประชาชนร้อยละ 38.9 และ 38.8 เห็นว่าหากนโยบายการขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ และเงินเดือนบัณฑิตที่จบปริญญาตรี 15,000 บาท  มีผลจริง จะทำให้มีฐานะทางเศรษฐกิจแย่ลงและดีขึ้นตามลำดับ

ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 60.3 เห็นว่าหากมีการปรับค่าแรงและเงินเดือนปริญญาตรี จะทำให้สินค้า    มีการปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ มากที่สุด รองลงมา ผู้ประกอบการขนาดเล็กปิดกิจการ     คนตกงานเพิ่มขึ้น หันไปใช้แรงงานต่างด้าวเพิ่มขึ้น และการเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก7 เป็น 10 %  คิดเป็นร้อยละ 41.4  , 31.0 , 29.5 และ 27.0 ตามลำดับ 

ประชาชนคิดว่าประเทศไทยมีปัญหาการเมืองรุนแรงกว่าปัญหาเศรษฐกิจ (ร้อยละ 56.1) มีเพียงร้อยละ 14.4 ปัญหาเศรษฐกิจรุนแรงกว่าปัญหาการเมือง และร้อยละ 29.5 เห็นว่าปัญหาการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจ รุนแรงพอๆกัน นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 77.7 ไม่มั่นใจการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของพรรคเพื่อไทย
 




ดาวน์โหลดไฟล์
201212614121.pdf
201212614122.jpg
 
ทีมงาน