ระบบสารสนเทศ
ทางภูติศาสตร์
   
การสำรวจระยะไกล
   
ดาวเทียมธีออส
 
 
 

เรียนภูมิสารสนเทศศาสตร์ จบแล้วทำอะไรได้บ้าง ???

                1) การศึกษาในสาขาวิชาภูมิสารสนเทศศาสตร์นั้น เป็นการศึกษาเกี่ยวกับศาสตร์ที่ว่าด้วย พื้นที่และบริเวณต่าง ๆ หรือสิ่งต่าง ๆ บนพื้นผิวโลก ซึ่งมีความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆหลายแขนงมาใช้สำหรับการศึกษา หรือบางครั้งอาจจะเรียกว่า “3S” ซึ่งประกอบด้วย

  • ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information Systems :GIS) 
  • การสำรวจระยะไกล (Remote Sensing)
  • การกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยดาวเทียม (Global Positioning Systems : GPS)
 

                แล้วใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ทำออกมาเป็นข้อมูล หรือเป็นสารสนเทศในรูปแบบของเชิงพื้นที่ ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาภูมิสารสนเทศศาสตร์  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   มหาวิทยาลัยหาดใหญ่     แล้วจะได้รับปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต  สาขาวิชาภูมิสารสนเทศศาสตร์  หรือใช้ชื่อย่อว่า  วท.บ. (ภูมิสารสนเทศศาสตร์)  ดังนั้นตำแหน่งงานใดหรือหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องกับภูมิสารสนเทศ หรือแผนที่ ก็สามารถที่จะเข้าไปทำงานในหน่วยงานนั้นๆได้

 

                2) หลักสูตรภูมิสารสนเทศศาสตร์  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เน้นในเรื่องของการเรียนการสอนให้นักศึกษามีความเชี่ยวชาญทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ
ซึ่งได้แก่ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ การสำรวจระยะไกล ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นผิวโลกด้วยดาวเทียม การทำแผนที่ และวิชาอื่นๆ ที่ไม่ใช่พียงแต่เทคโนโลยีด้านภูมิสารสนเทศเท่านั้นเพื่อสามารถนำภูมิสารสนเทศไปประยุกต์ให้เข้ากับศาสตร์แขนงอื่นได้  จะยกตัวอย่างรายวิชาที่ศึกษาตามหลักสูตรกับตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้อง

 

วิชาเรียน

ตัวอย่างตำแหน่งงาน

  • หลักการทำแผนที่
  • นักออกแบบแผนที่(Cartographer, Cartographic Technician, Computer Mapping)
  • การสำรวจพื้นที่และการประยุกต์ใช้จีพีเอส

 

  • เจ้าหน้าที่ภาคสนาม 
  • เจ้าหน้าที่ทำรังวัด
  • ช่างสำรวจ
  • การอ่านแผนที่และแปลภาพถ่ายทางอากาศ
  • การรับรู้ระยะไกลขั้นพื้นฐาน    
  • การประมวลผลเชิงเลขของข้อมูลจากดาวเทียม
  • เจ้าหน้าที่แผนที่ภาพถ่าย
  • นักวิชาการแผนที่ภาพถ่าย
  • นักโฟโตแกรม     (Aerial Photo Interpretator, Remote Sensing Specialist)
  • หลักระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
  • ภูมิสารสนเทศศาสตร์ประยุกต์

 

  • นักวิเคราะห์ระบบภูมิสารสนเทศ
  • นักเทคนิคGIS
  • นักวิชาการภูมิศาสตร์
  • (GIS Analyst, GIS Technician)
  • การวางแผนการใช้ที่ดิน
  • การวางผังชุมชนและเมือง
  • นักผังเมือง
  • โครงสร้างข้อมูลและอัลกอริธึม
  • การเขียนโปรแกรมบนเว็บ
  • การวิเคราะห์และออกแบบระบบสารสนเทศ
  • ระบบการจัดการฐานข้อมูล
  • การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
  • สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์
  • นักพัฒนาโปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS Programmer)
 

                จากตัวอย่างข้างต้น เป็นเพียงการยกตัวอย่างรายวิชาบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานเท่านั้น ซึ่งยังมีอีกหลายรายวิชาที่สามารถใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเข้าไปเกี่ยวข้อง และตำแหน่งงานอาจจะมีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษที่แตกต่างกันไปแล้วแต่หน่วยงาน และข้อสังเกตที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งจะสังเกตได้ว่าทุกศาสตร์สามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ได้ทั้งนั้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการศึกษาที่จะต้องศึกษาเป็น   สหวิชา จะมาศึกษาเพียงวิชาใดวิชาหนึ่งไม่ได้จะทำให้เรามีโลกทัศน์ที่แคบ ไม่สามารถที่จะนำหรือประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศได้ ซึ่งหากต้องการให้เรามีโลกทัศน์ เพิ่มศักยภาพของตัวเอง และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วละก้อจะต้องอาศัยความรู้จากการศึกษาทั้งหลักสูตรมาผนวกเข้าด้วยกัน

 

                จากวุฒิการศึกษาและวิชาเรียนตามหลักสูตรข้างต้นนั้น จะเห็นได้ว่าชื่อตำแหน่งงานทางด้าน       ภูมิสารสนเทศนั้นไม่จำเป็นต้องมีชื่อตรงตามวุฒิทางการศึกษาเท่านั้น  เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวของกับศาสตร์ด้านนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนอาจกำหนดชื่อตำแหน่ง ที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะงานที่ปฏิบัติ และเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น นักโฟโตแกรม เช่นนี้แล้วนักภูมิสารสนเทศก็สามารถที่จะสมัครหรือทำงาน ซึ่งสามารถสังเกตได้จาก

 

                 1. ชื่อของตำแหน่งงานที่ระบุ บางหน่วยงานการใช้ชื่อตำแหน่งตรงกับสาขาวิชาหรือวุฒิการศึกษาอย่างชัดเจน เช่น นักภูมิศาสตร์ นักภูมิสารสนเทศ นักสารสนเทศภูมิศาสตร์ นักวิชาการภูมิศาสตร์ เป็นต้น (ดูตัวอย่างการรับสมัครงาน คลิ๊ก)

 

                 2. ในกรณีที่ชื่อตำแหน่งไม่ตรงกับสาขาหรือวุฒิการศึกษา ให้สังเกตที่คุณสมบัติของผู้สมัครที่ได้ระบุไว้ในตำแหน่งนั้นๆ ซึ่งส่วนใหญ่พบว่ามีการระบุวุฒิการศึกษาไว้ในคุณสมบัติของผู้สมัคร หรือสามารถใช้ โปรแกรมด้านภูมิศาสตร์ได้  ชื่อตำแหน่งในบางกรณีไม่สื่อถึงงานด้านภูมิสารสนเทศ เช่น นักวิจัย นักวิชาการสิ่งแวดล้อม นักนโยบายและแผน แต่มีการระบุคุณสมบัติโดยรวมถึงวุฒิการศึกษา  เช่น มีความรู้ทางด้านภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โดยมีข้อความต่อท้ายเสมอว่า หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง (ดูตัวอย่างการรับสมัครงาน คลิ๊ก)

                 3. รายละเอียดของงานหรือหน้าที่ประจำตำแหน่ง ในการรับสมัครงงานมีการระบุหน้าที่ของตำแหน่งงานนั้นอย่างคร่าวๆ  (ดูตัวอย่างการรับสมัครงาน คลิ๊ก)
 

                ดังนั้นในการสมัครงานของนักศึกษาในสาขานี้ หรือสาขาอื่นๆควรอ่านรายละเอียดประจำตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครอย่างละเอียด เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติของตำแหน่งงานกับคุณสมบัติของผู้สมัครว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งจะไม่ได้เป็นการเสียเวลาสมัครงานในตำแหน่งที่ไม่ตรงกับคุณสมบัติ และข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งในการสมัครงานในหน่วยงานราชการเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการนั้น ซึ่งมีความต่างจากเอกชนก็คือ นักศึกษาจะต้องสอบผ่านความรู้ภาค ก. จากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ กพ. เสียก่อนจึงจะสามารถสมัครได้ ตัวอย่างหน่วยงานและตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้อง เช่น

หน่วยงานราชการ
-กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
-กรมพัฒนาที่ดิน        
-กรมที่ดิน    
-กรมอุทยานแห่งชาติฯ     
-กรมโยธาธิการและผังเมือง   
-กรมทรัพยากรน้ำบาดาล  
นักวิชาการสิ่งแวดล้อม
เจ้าหน้าที่สารสนเทศภูมิศาสตร์
เจ้าหน้าที่แผนที่ภาพถ่าย
เจ้าหน้าที่สารสนเทศภูมิศาสตร์
ช่างเขียนแบบ , นักวิชาการผังเมือง  
นักอุทกวิทยา
 
รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และองค์กรภายใต้กำกับของรัฐ

-สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์กรมหาชน) 
-สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)

นักวิชาการภูมิศาสตร์
นักสารสนเทศภูมิศาสตร์

 หน่วยงานเอกชน

-บ.แมพพ้อยเอเชีย(ประเทศไทย) จำกัด      
-บ.COT     
- บ.เทสโก้         
นักภูมิศาสตร์
นักเทคนิคGIS  , นักวิชาการภูมิศาสตร์
นักวิชาการภูมิศาสตร์
        
 

                นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานอีกมากมายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ไม่ได้ยกตัวอย่างในที่นี้ ซึ่งองค์กรเหล่านั้นมีการนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศไปประยุกต์ใช้ และมีอีกหลายหน่วยงานที่กำลังจะนำมาใช้เพื่อการพัฒนาองค์กร

                ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นภาพรวมของตลาดงานทางด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ โดยเฉพาะในปัจจุบันซึ่งได้มีการประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลาย ท้ายสุดจะขอทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ถามว่า “ทำไมเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ  จึงมีความสำคัญกับพวกเรามาก”  คำตอบง่ายๆก็คือ เพราะเราทุกคนอาศัยอยู่บนโลกที่กำลังโคจรไปในอวกาศโดยมีทรัพยากรเพียงจำนวนจำกัด!!!!!

You are visitor number