หัวหน้าเก่งและดี....เรียนรู้ได้ไม่ยาก

สิริลักษณ์ สุวรรณบดี
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่

       "เกิดเป็นคนก็ยากอยู่แล้ว เกิดเป็นนายคนยิ่งยากกว่าหลายร้อยเท่า" คำกล่าวของเปาบุ้นจิ้น ที่กล่าวถึงคนที่ต้องเป็นหัวหน้าคนอื่น การเป็นหัวหน้าไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะเป็นหัวหน้าที่เก่งและดีนี่ซิ..ยากมาก ฉะนั้น จำทำอย่างไร เพื่อจะเป็นหัวหน้าที่เก่งและดีให้ได้ ในทางปฏิบัติแล้วการจะเป็นหัวหน้าที่เก่งและดีสามารถสร้างได้ ฝึกได้ โดยการพยายามสร้างภาวะผู้นำ (Leadership) ให้เกิดขึ้น การเป็นหัวหน้าที่ดีเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง ดังนั้น เป็นความจำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องฝึกหัดและฝึกฝน เราไม่สามารถระบุได้ว่า หัวหน้าแบบใดเป็นแบบที่ดีที่สุด แต่เราก็สามารถสร้างและสรรหา หัวหน้าที่เหมาะสมที่สุดได้ ในแต่ละสถานการณ์
       จากการศึกษาของ Blake และ Mouton ในเรื่องของภาวะผู้นำ โดยจัดผู้นำออกเป็น 81 แบบ ตามกรอบของ Managerial Grid

       ตามกรอบของ Managerial Grid ของ Blake กับ Mouton สามารถอธิบายผู้นำแบบหลักๆ ได้ 5 แบบ ดังนี้
              1) 1,1 เป็นผู้นำแบบปล่อยตามสบาย ไม่มุ่งทั้งคนและงาน งานไม่ประสบความสำเร็จ ผู้ใต้บังคับบัญชาขาดขวัญและกำลังใจ
              2) 5,5 เป็นผู้นำแบบประชาธิปไตย อยู่ในระดับกลาง
              3) 1,9 เป็นผู้นำแบบมุ่งคน เน้นการสร้างขวัญและกำลังใจเพื่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับความสุข แต่ขาดประสิทธิภาพของงาน งานไม่บรรลุเป้าหมาย
              4) 9,1 เป็นผู้นำแบบมุ่งงาน เน้นผลสำเร็จของงานเป็นหลัก ขาดการบำรุงขวัญและกำลังใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา
              5) 9,9 เป็นผู้นำแบบที่มุ่งงานและมุ่งคน เน้นผลสำเร็จของงานและยังสามารถสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาได้ ผู้ใต้บังคับบัญชาสามารถทำงานให้สำเร็จได้อย่างมีความสุข
       หากพิจารณาตามหลักพื้นฐานอย่างง่าย เราก็จะมองการเป็นผู้นำที่เก่งและดีจากความรู้ความสามารถในเรื่องของคนและงาน นั้นหมายความว่า ผู้นำต้องสามารถนำทีมงานให้สามารถทำงานได้สำเร็จบรรลุตามเป้าหมายขององค์การ และสามารถสร้างสายสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นได้ระหว่างสมาชิกในทีมงาน ทำความเข้าใจง่ายๆ ก็คือ ทุกคนในทีมงานทั้งตัวผู้นำและผู้ตาม สามารถทำงานร่วมกันให้ประสบความสำเร็จได้อย่างเป็นสุขนั่นเอง
       ประเด็นต่อไป คือ ข้อคำถามว่า เราต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อจะเป็นผู้นำที่เก่งและดีทั้งเรื่องของงานและเรื่องของคน เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามตัวเองว่า เราชอบงานที่เราทำอยู่หรือไม่ มากน้อยเพียงใด เพราะการที่เราได้ทำงานที่เราชอบจะทำให้เรามีความตั้งใจต่อการทำงานนั้นๆ และแน่นอน ผลงานก็จะออกมาดี ทักษะทางด้านเก่งงานของเราก็จะพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็ฝึกทักษะทางด้านคน ด้ายการตั้งคำถามตัวเองอีกครั้งว่า เราจะทำให้ทีมงานมีความสุขกับการทำงานได้อย่างไร สิ่งหนึ่งที่เราควรทำ คือ การสร้างบรรยากาศที่ดีให้เกิดขึ้นให้ได้ โดยการปฏิบัติตัวเป็นพี้เลี้ยงที่ดีต่อทีมงาน ให้ความเป็นกันเอง ให้ความสนใจและใส่ใจต่อทีมงาน พูดคุยกับทีมงานอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญ เราต้องปกป้องทีมงานและคอยช่วยเหลือ แก้ปัญหาให้ทีมงานเราได้ วิธีเหล่านี้เป็นเพียงพื้นฐานที่จะเป็นตัวช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานได้ดีทีเดียว เมื่อเราทำเช่นนี้ก็จะทำให้ทีมงานเกิดความไว้วางใจต่อตัวผู้นำได้ และเมื่อนั้นทักษะทางด้านเก่งคนของเราก็จะพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ ท้ายที่สุด เมื่อเราสามารถพัฒนาทักษะทางด้านงาน และทักษะทางด้านคนให้เก่งและดีได้แล้ว เมื่อนั้น ความสุขที่จะได้จากการทำงานก็จะบังเกิดขึ้นกับผู้นำและทีมงาน
       หัวหน้าหรือผู้นำไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองเป็นหัวหน้าที่เก่งและดีได้มากน้อยเพียงใด คนที่จะบอกได้ดีที่สุด คือ ทีมงาน เขาเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงความเก่งและดีของหัวหน้าพวกเขาได้ ดังนั้น การสะท้อนในเชิงบวกของทีมงานย่อมนำมาสู่ความภาคภูมิใจของหัวหน้าหรือผู้นำคนนั้นไปตลอดชีวิต
       "หัวหน้าที่เก่งและดี เรียนรู้ได้ไม่ยาก" เพียงแค่เริ่มต้นด้วยการให้..แล้วเราก็จะได้ในสิ่งที่เราอยากรับ


                                                                                                                                                                                                                                  ...ขอบคุณครับ...
                                                                                                                                                                                                                                   
บทความ